แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Computer แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Computer แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ช่วงนี้เบรกการเขียนโปรแกรม มาสักพัก หลังเขียนไม่สำเร็จใน วันที่ 14
ก็ทำสำเร็จมาขั้น 1 แต่ยังมี Bug อยู่ การตรวจสอบไม่ดี
ต้องมาไล่ขั้นตอนตรวจ และสร้างตัวทำเงือนไขทั้งหลาย ก็ดีขึ้น

ที่ได้ คือ พวก Call stack และ Debug ไล่การทำงานได้ระดับนึง ดีด้วย ทำให้เขียนถูกมากชึ้น ไม่ต้องใช้หัวอย่างเดียว

แต่ช่วงนี้กำลังพยายาม ลง SP IDSE 4.7 อยู่ ไม่สำเร็จสักที

โดยได้ DVD มา3แ่ผ่น แต่วิธีลงทำไม่ละเอียดมาก แถมที่ทำเป้นวิดีโอ ดันเป้นภาษาจีน อีก และ DB คนละ Version

ตอนนี้ก็เลยลง window server คล่องเลย 4 รอบละเดียวว่าจะลองมาทำบันทึกประจำวันดู

ช่วงนี้หางาน ไม่มีใครเรียกเลย นั่งรอกันไป

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552

การถ่ายทอดวิชายุคคอมพิวเตอร์ กับ ยุคหนังกำลังภายใน

ปัจจุบันคอมพิวเตอร์และโลกอินเตอร์เน็ทเกือบเป็นของสามัญประจำบ้านไปแล้ว เพื่อนของผม 2 คน ยัายไปหอที่ใกล้ที่ทำงานและใกล้โรงเรียน แล้วบอกว่าหอใหม่มันไม่มีอินเตอร์ทั้งคู่ ซึ่งผมก็ถามเลยว่า หอใหม่อยู่ส่วนไหนของประเทศ รวมถึงปฎิกิริยาของเพื่อนผมก็บอกว่า "แล้วกูจะอยู่อย่างไร" blogเพื่อนผมทำขนมปัง

ซึ่งอาจเป็นเรื่องลำบากของคนใช้ชีวิตในโลกอินเตอร์เน็ท ซึ่งก็ลำบากมาก เพราะปัจจุบัน การคุยกันผ่านโทรศัพท์ยังน้อยลงมาก เพราะคุยกันใน msn ใช้โทรศัพท์เมื่อกำลังออก หรือ ถึงแล้วตามหาเพื่อน

มาถึงเรื่องการเรียนรู้ในปัจจุบันโลกอินเตอร์เน็ทกับคอมพิวเตอร์เรียนได้ว่าเป็นสื่อการเรียนหรือสื่อการสอนแบบใหม่ ที่ยิ่งกว่าห้องสมุดใหญ่ๆ ที่ไหนในโลกก็ตาม แม้ในบางครั้งผมว่าการเรียนแบบเก่าในห้องเรียนหรือการเรียนแบบสองทาง โดยการมีอาจารย์สอนให้แนะนำกันตัวๆ ย่อมดีกว่าเพราะเรามีโอกาสได้ถาม ได้ทำ ให้อาจารย์ดู แต่สื่อการเรียนแบบนี้ ก็ให้ความรู้ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งมากเหมือนกัน
แต่สำหรับพวกที่เข้าห้องเรียนแล้วไปนั้งเล่น หรือนั้งตัวแข็งไม่สนใจอาจารย์ สั่งให้ทำไรก็สักแต่ว่าทำๆ ไปให้มันผ่าน ให้ไม่โดนด่าเป็นพอ ผมว่ามาเรียนแบบทางเดียวก็ดีเหมือนกัน

ซึ่งเปรียบเทียบกับหนังจีนกำลังภายใน การเรียนแบบมีอาจารย์ ก็เหมือนเราเข้าสำนักแล้วมีอาจารย์ฝึกให้อย่างดีถ่ายทอดวิชาให้เต็มที เหมือนเรื่องมัีงกรหยกภาคแรก จอมยุทธ์ยิงอินทรีที่ อังชิกงสอนฝ่ามือ 18 มังกรให้ก๋วยเจ๋ง ถึงก๋วยเจ๋งจะไม่ฉลาดเพียงใด แต่ด้วยความเอาใจใส่ของอังชิกงและความตั้งใจกับความเพรียของก๋วยเจ๋ง ก็ทำให้สำเร็จได้

ส่วนอีกแบบคือพวกไม่มีอาจารย์ให้ทำตาม เหมือนโหลดวีดีโอใน Youtube มาดู แล้วทำตาม อันนี้ เหมือนกับเรื่องเดชคัมภีร์เทวดา ที่เหล้งฮู้ชงให้ไปฝึกวิชาบนเขาแล้วเจอถ้ำที่สลักกระบวนท่าของ 5 สำนัก รวมทั้งวิธีแก้กระบวนท่าเหล่านั้นด้วย เพียงจำภาพได้ทั้งหมด ก็สามารถทราบถึงวิธีทำลายกระบวนท่าทั้งหมด ถ้าคุณดูวิดีโอแล้วจำได้ก็สามารถทำได้

อีกพวก คืออ่านหนังสือ โหลดหนังสือมาอ่าน เหมือนในกระบี่่อิงฟ้าดาบฆ่ามังกร ที่เตียบ่กี้ตกเขาแล้วไปเจอคัมภีร์เก้าสุริยะ ในตัวลิง แล้วอ่านนำมาฝึกตามก็สำเร็จวิชาได้

แม้ดูจะง่ายดายจากฝึกวิชาของพระเอก 3 เรื่อง แต่ความเป็นจริงบัดนี้ โลกเราสามารถเลือกฝึกวิชาแบบไหนก็ได้ เพราะ คอมพิวเตอร์กับอินเตอร์เน็ทนั้น ได้มีคัมภีร์สารพัดแบบไว้มากเหลือเกิน คุณอยากเป็น นักดนตรี โปรแกรมเมอร์ ศิลปิน ฯลฯ ก็แทบจะมีทุกอย่างไว้ในเราไปศึกษาอยู่แล้ว โดยเฉพาะแบบ เตียบ่อกี้ กับ เหล้งฮู้ชง ดังเช่น แฟนเก่าผม เธอเรียนทำขนมเค้กผ่านพันทิพย์แล้วตอนหลังก็สามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย แม้ระหว่างนั้นการฝึกของเธอจะทำให้เธอเสียน้ำตาบ้าง ทำผมแทบประสาทบ้างก็ตาม แต่ผมก็สนับสนุนให้เธอทำๆๆๆๆ และทำ ได้เก่งๆ (คิดว่าเธอต้องมีคุณสมบัติของก๋วยเจ๋งด้วยแต่ไม่มีอาจารย์เป็นตัวตน) อันนี้เป็นตัวอย่าง


แต่สิ่งที่ยากมากขึ้นคือ อังชิกง ที่อาจจะหายากขึ้น หรือ ความเพรียแบบก๋วยเจ๋ง ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างศิษย์กับอาจารย์อาจจะหายากขึ้น เพราะถ้าเรามั่วแต่อยู่ในโลกอินเตอร์เน็ท ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่อบุคคลจะลดลงไปเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ที่ดีต้องใช้เวลานะครับ การจะหาอาจารย์ดีๆ ในปัจจุบันก็เหมือนยากขึ้นด้วย ถ้าใครได้อาจารย์ที่มีหัวใจของผู้ให้ความรู้เต็มที่ ก็ขอให้ปฎิบัติกับท่านดีๆ เคารพนับถือให้เกรียติท่าด้วยนะครับ

แต่สุดท้าย ผมนึกถึงเรื่องหนังเรื่อง The Matrix วิธีการเรียนแบบเอาปลักเสียบหัวแล้ว load ข้อมูลแล้วมีความรู้เลย

ถึงยุคนั้นเมื่อไร อาจาย์พวกเรา ก็คงเป็น คอมพิวเตอร์อย่างสมบูรณ์แบบนั้นละครับ